ดูหนังออนไลน์ภาษาอังกฤษ เพื่อฝึกภาษากันเถอะ!

เวลาไปดู หนังออนไลน์ หรือหนังในโรงแบบไม่มี subtitle คงจะรู้สึกว่าฟังไม่รู้เรื่องหรือดูไม่เข้าใจว่าต้องการสื่ออะไรเลย หรือแม้กระทั่งการฟังเพลงแบบไม่มีคำแปลก็ไม่เข้าใจว่าเนื้อเพลงนั้นมีความหมายยังไง วันนี้เราอยากจะให้คุณทำความเข้าใจกับการดูแบบไม่มี subtitle กันมากขึ้น เพื่อที่จะได้เข้าใจภาษามากขึ้นและเป็นการฝึกฝนภาษาอังกฤษมากขึ้นนั่นเอง ประโยชน์ของการดูหนังแบบไร้คำแปล การดูหนังหรือฟังเพลงเป็นภาษาอังกฤษ ซึ่งรูปแบบภาษาอังกฤษที่ใช้กันในหนังนั้นเป็นสำเนียงและภาษาแบบดั้งเดิมของเขา การดูหนังแบบไร้คำแปลก็เป็นการฝึกสำเนียงภาษาอังกฤษ ฝึกการออกเสียงว่าเขาออกเสียงเป็นยังไงในความหมายนี้ เพราะบางทีการฝึกคุยกับคนไทยก็ไม่ได้สำเนียงแบบภาษาอังกฤษแท้ๆ ทำให้เวลาไปคุยกับชาวต่างชาติจึงทำให้คุยไม่รู้เรื่องเพราะออกสำเนียงผิดนั่นเอง แล้วถ้าหากดูหนังที่เป็นสำเนียงภาษาอังกฤษบ่อยๆแล้วเริ่มเข้าใจแล้ว ก็จะสามารถทำให้คุณสื่อสารโดยใช้ภาษาอังกฤษได้ในโอกาสต่างๆได้ดีมากขึ้นนั่นเอง การฝึกภาษาแบบไม่มีคำแปลในหนังภาษาอังกฤษนั้น ถ้าคนที่คิดอยากจะฝึกแล้วเราก็แนะนำว่าให้เริ่มจากการดูหรือฟังเพลงที่สนใจก่อน การที่เราทำในสิ่งที่ชอบก็มักจะทำให้มีความสุขในการฝึกภาษาไปในตัวด้วย แนะนำว่าให้เริ่มดูหนังที่ใช้ภาษาง่ายๆไปก่อนเพื่อที่จะได้มีกำลังใจในการฝึก จากนั้นก็เริ่มดูหนังที่มีการใช้สำนวนยากขึ้นไปอีก แล้วเมื่อมีผลลัพธ์ที่เห็นได้ชัดมากขึ้นคุณก็จะเริ่มมีกำลังใจในการฝึกและพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง “ ทำยังไงให้เข้าใจในบทสนทนาภาษาอังกฤษในหนังมากขึ้น ” – ให้เริ่มฟังแบบไม่มี subtitle – เมื่อดูจบแล้วไปรอบนึงก็ลองถามตัวเองว่าเข้าใจในสิ่งที่หนังได้พูดไหม – ถ้าหากไม่เข้าใจก็ลองเดาบริบทการกระทำว่าเขาน่าจะพูดหรือสื่อถึงอะไรอยู่ – จากนั้นก็ทำการเปิดเพื่อดูและฟังอีกรอบพร้อมกับมี subtitle – แล้วก็ดูว่าคำแปลกับสิ่งที่คุณได้ดูไปก่อนหน้านั้นมันตรงกันหรือเปล่า – ก็ฝึกแบบนี้ไปเรื่อยๆก็จะชำนาญและเข้าใจได้เอง หวังว่าในบทความนี้จะทำให้ทุกคนดูหนังภาษาอังกฤษได้มีความสุขมากขึ้น และเป็นการฝึกภาษาอังกฤษที่ไม่ยากจนเกินไป เชื่อเถอะว่าถ้าหากได้ทำตามขั้นตอนที่เราได้บอกคุณไปแล้วก็จะสามารถดูหรือฟังภาษาอังกฤษได้ง่ายมากขึ้น วิธีนี้เหมาะกับคนที่ชอบดูหนังพร้อมกับอยากฝึกภาษาอังกฤษพร้อมกันไปด้วย เป็นการฝึกภาษาอังกฤษที่สนุกและได้ความรู้ไปในตัว

หนังสารคดี น่าดูขนาดไหน รู้ไหมทำไมคุณจะต้องดู?

ทุกวันนี้คนส่วนมากจะชอบดู หนังออนไลน์ แนวตลก แนวความรัก แนวสยองขวัญ บางคนก็เช่นชอบแนวซุปเปอร์ฮีโร่ที่มีตัวเอกเท่ๆ ซึ่งในแนวสารคดีนั้นจะมีน้อยมากที่คนจะดู ต้องบอกว่าในหนังแนวสารคดีตอนนี้จะไม่เหมือนกับรูปแบบเดิมๆ แต่บอกเลยว่าถ้าหากคุณได้อ่านบทความของเราจบจะต้องรู้สึกอยากจะดูสารคดีอย่างแน่นอน เวลาดูหนังตั้งแต่ตอนแรกจนจบมันจะเกิดความรู้สึกมากมายหรือแรงบันดาลใจที่เข้ามา ดูหนังเป็นสิ่งที่ทำให้ชุ่มชื่นหัวใจหรือเพลิดเพลินไปกับมัน คุณรู้ไหมคะความแตกต่างระหว่างหนังทั่วไปกับหนังแนวสารคดีนั้นเป็นยังไง ความแตกต่าง 1. หนังทั่วไป – เป็นเรื่องที่สร้างขึ้นโดยผู้กำกับและคนเขียนบทที่มีความสามารถ 2. หนังสารคดี – เป็นเรื่องที่สร้างจากเรื่องจริงหรือเหตุการณ์จริง เป็นการเอาหลักฐานพยานที่มีอยู่จริงแล้วก็นำสิ่งเหล่านั้นมาเล่าเป็นหนัง การดูหนังแนวสารคดีนั้นทำให้รู้สึกว่านั่นคือเรื่องจริงที่เกิดขึ้น เพราะบุคคลที่ได้แสดงในหนังนั้นมีตัวตนจริงๆ ทำให้บางครั้งจึงรู้สึกว่ามันกระทบจิตใจผู้ดูอยู่เป็นจำนวนมาก ถ้าหากมันเป็นหนังธรรมดาที่ถูกปรุงแต่งขึ้นมาก็คงไม่กระทบจิตใจขนาดนั้น เพราะเรารู้ไงคำว่ามันเป็นเรื่องปรุงแต่งไม่มีอยู่จริงแต่ ถ้าเป็นแนวสารคดีก็คือบุคคลเหล่านั้นมีอยู่จริงที่อาจจะตายไปแล้วหรือมีชีวิตอยู่ บางทีการดูเรื่องราวเหล่านี้มันทำให้เรารู้สึกว่ามีการกระทำที่โหดร้ายแบบนี้ด้วย หรือไม่น่าเชื่อเลยว่ามันจะเกิดขึ้นแบบนี้จริงๆ วันนี้จึงอยากจะมาแนะนำหนังสารคดีที่สำหรับคนหัดดู มาลองดูกันค่ะว่ามีเรื่องอะไรบ้าง ประโยชน์ของหนังแนวสารคดี 1. ได้ความรู้อะไรใหม่ๆที่ไม่เคยรู้มาก่อน อีกทั้งยังช่วยส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ที่มากขึ้นอีกด้วย 2. ได้พบเห็นสิ่งแปลกใหม่ที่นอกเหนือจากที่ได้เจออยู่ทุกวัน 3. เป็นอะไรที่เปิดโลกทัศน์ใหม่ๆให้เสมอ แน่นอนว่าในบางที่หรือในอดีตก่อนเราไม่รู้ว่ามันเป็นยังไง แต่สารคดีนั้นก็ทำให้เราเห็นอะไรใหม่ๆอยู่ตลอดเวลา 4. มันเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นและมีความสลับซับซ้อน 5. สารคดีช่วยให้เข้าใจโลกมากขึ้น มีความเป็นเหตุเป็นผลและทำให้รู้ว่าอันไหนจริงอันไหนเท็จ 6. สารคดีสอนแนวคิดและการแก้ปัญหา สอนการแก้ปัญหาให้กับผู้ดูตลอดเวลา 7. ได้เข้าใจและเรียนรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมต่างชาติและวัฒนธรรมอื่นๆที่ไม่เคยเห็นมาก่อน คุณรู้หรือยังคะว่าหนังสารคดีนั้นน่าดูและมีประโยชน์มากมายขนาดไหน จริงๆแล้วสารคดีนั้นมันไม่ได้น่าเบื่ออย่างที่คุณคิดกันหรอก ยุคสมัยเปลี่ยนไปอะไรๆก็เปลี่ยนไปใช่ไหมล่ะ […]